หน้าหนังสือทั้งหมด

หน้า1
93
พระอานนท์เถระ บุคคลควรเข้าไปนั่งใกล้ผู้ที่ศึกษามาก แต่ไม่ควรทำสุตะที่ตนได้มาให้พินาศ เพราะสุตะที่ตนได้มานั้น เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้น จึงควรเป็นผู้ทรงธรรม ๑๐๐ วาทะ เถรภูมิ ขุ.เถร.มก.๕๓/๓
หน้า2
94
มหากัสสปเถระ นักปราชญ์... ไม่ควรข้องในตระกูลทั้งหลาย เพราะเป็นเหตุทำใจให้ฟุ้งซ่าน ได้สมาธิโดยยาก ผู้ที่เกี่ยวข้องกับตระกูล ย่อมต้องขวนขวายเข้าไปสู่ตระกูล มักติดรสอาหาร ย่อมละทิ้งประโยชน์ อันจะนำความสุ
หน้า3
95
พระมหากัสสปเถระ ผู้ใดไม่หวั่นไหว เพราะมานะ ๓ อย่าง ที่ถือว่าตัวเราเป็นผู้ประเสริฐกว่าเขา 9 เสมอเขา ๑ เลวกว่าเขา ๑ นักปราชญ์ย่อมสรรเสริญผู้นั้นแหละว่า เป็นผู้มีปัญญา มีวาจาจริง ตั้งมั่นดีแล้วในศีลทั้งห
พระมหากัสสปเถระ และแนวทางการเจริญสติ
96
พระมหากัสสปเถระ และแนวทางการเจริญสติ
พระมหากัสสปเถระ ภิกษุ...ผู้ยังมีใจฟุ้งซ่าน กลับกลอก ถึง จะนุ่งห่มผ้าบังสุกุล ภิกษุนั้น....ย่อมไม่งดงามด้วยผ้าบังสุกุล นั้น เหมือนกับวานรคลุมด้วยหนังราชสีห์ ฉะนั้น ส่วนภิกษุผู้มีใจไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กลับกล
พระมหากัสสปเถระได้กล่าวถึงภิกษุที่มีใจไม่ฟุ้งซ่านและมีปัญญาเครื่องรักษาตน โดยเปรียบเทียบถึงความงามภายนอกที่ไม่สำคัญเท่ากับความงามภายใน ความงดงามที่แท้จริงเกิดจากความสำรวมและการนำสติไปสู่การปฏิบัติ.
หน้า5
97
พระมหาโมคคัลลานเถระ เราติเตียนกระท่อม คือสรีระร่าง อันสำเร็จด้วยโครงกระดูก อันฉาบทาด้วยเนื้อ ร้อยรัดด้วยเส้นเอ็น เต็มไปด้วยของไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น น่าเกลียด ที่คนทั่วๆ ไปเข้าใจว่าเป็นของผู้อื่น และเป
หน้า6
98
พระโมคคัลลานเถระ หากว่าคนพึงรู้จักสรีระของเธอ เช่นเดียวกับฉันรู้จัก ก็จะพากันหลบหลีกเธอไปเสียห่างไกล เหมือนบุคคลผู้ชอบสะอาด เห็นหลุมคูถในฤดูฝนแล้ว หลีกเลี่ยงไปเสียห่างไกล ฉะนั้น ขุ.เถร.มก.๕๓/๔๓๓/๔๐๐ ๑
หน้า7
99
พระมหาโมคคัลลานเถระ เธอจงดูร่างกาย อันกระดูก ๓๐๐ ท่อน ยกขึ้นตั้งไว้มีแผลทั่วไป อันบุญกรรมกระทำให้วิจิตร กระสับส่าย พวกคนพาลพากันดำริโดยมาก ไม่มีความยั่งยืนมั่นคงอยู่เลยนี้เถิด ขุ.เถร.มก.๕๓/๔๓๓/๔๐๐ ๑๐๐
หน้า8
100
พระมหาโมคคัลลานเถระ อนึ่ง...ชนผู้มีความเพียรเหล่าใด พิจารณาเห็นสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของแปรปรวน และโดยไม่ใช่ตัวตน ชนผู้มีความเพียรเหล่านั้น ชื่อว่าแทงตลอดธรรมอันละเอียด เหมือนนายขมังธนูยิงบนทรายจา
หน้า9
101
พระมหาโมคคัลลานเถระ ภิกษุผู้มีสติ ควรรีบละเว้นความพอใจ รักใคร่กามารมณ์เสีย เหมือนบุคคลรีบถอนหอกออกจากตน และเหมือนบุคคลรีบดับไฟ ซึ่งไหม้อยู่บนศรีษะตน ฉะนั้น ขุ.เถร.มก.๕๓/๔๓๕/๔๐๐ ๑๐๐ วาทะ เถรภูมิ
หน้า10
102
พระวังคีสเถระ ภิกษุ...ควรละความไม่ยินดี ความยินดีและความตรึก อันเกี่ยวกับบุตรและภรรยา เป็นต้น เสียทั้งหมดแล้ว ไม่ควรจะทําตัณหาดังป่าชัฏ ในที่ไหนๆ อีก เพราะไม่มีตัณหาดังป่าชัฏ ชื่อว่า เป็นภิกษุ ขุ.เถร.
หน้า11
103
พระวังคีสเถระ รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาศัยแผ่นดินก็ดี อยู่ในอากาศก็ดี และมีอยู่ใต้แผ่นดินก็ดี เป็นของไม่เที่ยง ล้วนแต่คราคร่าไปทั้งนั้น ผู้ที่แทงตลอดอย่างนี้แล้ว ย่อมเที่ยวไป เพราะเป็นผู้หลุดพ้น ขุ.
หน้า12
104
พระอานนท์เถระ จิตของท่านเร่าร้อน ก็เพราะความสําคัญผิด เพราะฉะนั้นท่านจงละทิ้งนิมิตอันงาม ซึ่งประกอบด้วยราคะเสีย ท่านจงอบรมจิต ให้มีอารมณ์อันเดียว ตั้งมั่นเด็ดเดี่ยว ด้วยการพิจารณาสิ่งทั้งปวง ว่าเป็นขอ
หน้า13
105
พระวังคีสเถระ บุคคลควรพูดแต่วาจา ที่ไม่ยังตนให้เดือดร้อนนั้น อนึ่ง วาจาใดที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น วาจานั้นแลเป็นวาจาสุภาษิต ขุ.เถร.มก.๕๓/๔๘๗/๔๐๑ ๑๐๐ วาทะ เถรภูมิ
หน้า14
106
พระวังคีสเถระ พระพุทธเจ้าตรัสวาจาใด เป็นพระวาจาปลอดภัย เป็นไปเพื่อบรรลุนิพพาน เพื่อทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์ พระวาจานั้นแลเป็นวาจาสูงสุด กว่าวาจาทั้งหลาย ๑๐๐.--ทะ เรามิ ขุ.เถร.มก.๕๓/๔๘๗/๔๐๑
หน้า15
107
วาทะพระเถรี ๑๐๐ วาทะ เถรภูมิ
หน้า16
108
อย่างคือ พระบุตตาเถรี เราเป็นผู้พ้นด้วยดี เป็นผู้พ้นโดยชอบ ด้วยความหลุดพ้นจากความค่อม ๓ ค่อมเพราะครก ๑ ค่อมเพราะสาก ๑ ค่อมเพราะสามี ๑ เป็นผู้พ้นแล้วจากความเกิด และความตาย ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพได้แล
หน้า17
109
พระอภัยมาตาเถรี ข้าแต่แม่ ท่านจงพิจารณากายนี้ ซึ่งไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็นเน่า เบื้องบนลงมาจนจรดพื้นเท้า เบื้องล่างขึ้นไปจนจรดปลายผม เมื่อพิจารณาอยู่อย่างนี้ เราถอนราคะทั้งปวงได้ ตัดความเร่าร้อนได้ เราเป
หน้า18
110
ทันถิกาเถรี ข้าพเจ้าออกจากที่พักกลางวัน บนภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นช้างลงสู่แม่น้ำ แล้วขึ้นจากแม่น้าที่ฝั่งนที นายหัตถาจารย์ถือขอ ให้สัญญาว่า จงให้เท้าช้างเหยียดเท้าออกแล้ว นายหัตถาจารย์ก็ขึ้นช้าง ข้าพเจ้า
หน้า19
111
หลังจากเห็นช้างนั้น ข้าพเจ้าเข้าป่าหาจิต ให้เป็นสมาธิ เพราะกิริยาของช้างนั้นเป็นเหตุ ขุ.เถรี.มก.๕๔/๘๖/๔๓๓ ๑๐๐ วาทะ เถรภูมิ
พระปฏาจาราเถรีและแนวทางการดำเนินชีวิต
112
พระปฏาจาราเถรีและแนวทางการดำเนินชีวิต
พระปฏาจาราเถรี ผู้ชายทั้งหลาย ไถนาด้วยไถ หว่านเมล็ดพืชลงที่พื้นนา ได้ทรัพย์มาเลี้ยงดูบุตรภริยา ข้าพเจ้าสมบูรณ์ด้วยศีล ทําตามคําสั่งสอนของพระศาสดา ไม่เกียจคร้าน ไม่ฟุ้งซ่าน ไฉนจะไม่ประสบพบพระนิพพานเล่า
พระปฏาจาราเถรีเป็นตัวอย่างของการมีศีลและการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต โดยเฉพาะการไถนาและหว่านเมล็ดพืชเพื่อนำไปสู่ชีวิตที่ดีและการถูกต้องตามคำสอนของพระศาสดา เมื่อปฏิบัติตามศีลและมีความตั้งใจ หลักธรรม